รีวิวเกม Tales of Berseria

2020-08-05 08:44:15 เกมอื่นๆ
รีวิวเกม Tales of Berseria

เกม Tales of Berseria เป็นหนึ่งในซีรี่ย์เกม Tales ที่มีประวัติกันมาอย่างยาวนาน โดยจุดเด่นของซีรี่ย์นี้คงหนีไม่พ้นด้านเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ ในแต่ละภาคจะมีจุดเชื่อมโยงกัน และเราก็ไม่จำเป็นต้องเล่นเรียงภาคกันจะเล่นภาคไหนก่อนก็ได้ 

 

เนื้อเรื่อง Tales of Berseria จะเล่าเรื่องราวจะย้อนไป 1,000 ปีก่อนเหตุการณ์ใน Tales of Zestiria ตัวเอกคือสาวน้อยนาม เวลเว็ต (Velvet) ผู้มีแขนซ้ายเป็นปีศาจอันเนื่องมาจากในอดีต เธอได้ถูกพี่ชายของเธอ อาเธอร์ (Arthur) ทรยศด้วยการฆ่าน้องชายที่เธอรักที่สุด และส่งเธอไปเข้าคุกในเกาะกลางทะเล ด้วยความช่วยเหลือจากอดีตผู้รับใช้อาเธอร์ ทำให้เธอได้ออกจากคุกและสัญญาว่าความแค้นที่เธอสะสมมาจะต้องได้รับการชดใช้อย่างแน่นอน การเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยการล้างแค้นจึงเริ่มขึ้น

หากใครที่เคยได้สัมผัสเกมซีรีส์นี้สักภาค ก็จะรู้ว่าเกมซีรีส์ Tales มีความหม่นในเนื้อเรื่องแทบจะทุกภาคอยู่แล้ว หากแต่มันไม่ได้นำเสนอออกมาเป็นอารมณ์หลักๆ ของเนื้อเรื่อง จะอยู่เป็นเพียงพื้นหลังหรือกรอบรองรับบทสนทนาหรือเหตุการณ์ต่างๆ แต่มาในภาค Berseria นี้ ผู้เล่นจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ต่างออกไป เพราะผู้เล่นจะไม่ใช่วีรบุรุษ, ไม่ใช่ผู้กอบกู้ แต่ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทหญิงสาวผู้ครอบครองพลังปีศาจที่ยึดถือเพียงความเคียดแค้นและความสิ้นหวังในจิตใจ

 

ระบบของเกม ซีรีส์ Tales of ขึ้นชื่อในเรื่องของเกมแนว RPG ที่ฉากต่อสู้เป็นการผสมผสานการเล่นแบบเกมแอ็กชั่นมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ซึ่งในภาคนี้ก็จะเป็นฉากต่อสู้ 3D เต็มรูปแบบเหมือนซีรีส์นี้ในภาคหลังๆ โดยมุมกล้องสามารถหมุนได้อิสระ ทำให้การต่อสู้ไม่ได้ดูลำบากมากมาย แต่อาจจะแย่หน่อยตรงการล็อคเป้าศัตรูที่เกมจะล็อคให้อัตโนมัติ แต่บางตัวไม่ใช่ศัตรูที่เราจะเข้าไปจัดการ และหากกดโจมตีขณะเราเดินออกจากกลุ่มศัตรู ก็จะวิ่งเข้าไปตีในดงศัตรูแทนซะงั้น แรกๆ อาจจะไม่ชิน แต่พอผ่านไปสักระยะก็จะชินมือไปเอง ทั้งนี้ เราจะบังคับตัวละครได้เพียงคนเดียว แต่สามารถเปลี่ยนตัวได้ตลอดเวลา ซึ่ง AI เพื่อนของเราก็พึ่งพาได้ระดับนึง และเรายังสามารถปรับแต่ง AI ของเพื่อนให้เป็นไปตามแผนที่เราต้องการได้ตลอดเวลา

ระบบการต่อสู้ในภาคนี้จะเน้นไปที่การช่วงชิงจังหวะมากกว่าภาคอื่นๆ แถมไม่ต้องตั้งค่าปุ่มให้ยุ่งยากเหมือนภาคเก่าๆ (ที่แม้เราจะสามารถตั้งค่าท่าโจมตีได้หลากหลาย เช่น ปุ่มกดฟันรัวตั้งไว้ที่ปุ่มสามเหลี่ยมเอย กดตีหงายเป็นปุ่มสี่เหลี่ยมพร้อมปุ่มลูกศรขึ้น ฯลฯ ซึ่งมันอาจจะยืดหยุ่นกว่าก็จริง แต่มันวุ่นวายกว่ามากเลยทีเดียว ยิ่งเวลาเจอศัตรูที่เป็นประเภทบอสแล้วล่ะก็ นิ้วนี้พันกันมั่วไปหมด) โดยในภาคนี้การตั้งค่าปุ่มโจมตีก็ยังคงนำระบบมาจากภาค Zestiria ที่มันดีอยู่แล้วมาปรับ UI ให้มันเข้าใจง่ายกว่าเดิม โดยผู้เล่นจะสามารถตั้งค่าได้ว่าท่าแรกยันท่าสุดท้ายที่ออกในการกดปุ่มโจมตีนั้นเป็นท่าอะไรบ้าง เช่น ปุ่มสี่เหลี่ยมผู้เล่นอาจจะตั้งไว้ให้เป็นคอมโบไว้ใช้กับศัตรูที่แพ้ธาตุลม ปุ่มสามเหลี่ยมตั้งไว้ใช้กับศัตรูที่แพ้การโจมตีธรรมดา เป็นต้น

อาวุธในเกมนี้เราจะสามารถเก็บค่าความสามารถของอาวุธทุกชิ้น โดยเมื่อเก็บจนเต็มแล้วอาวุธชิ้นนั้นจะเผยความสามารถพิเศษออกมา และถึงแม้เราจะได้หรือซื้ออาวุธชนิดเดิมมา แต่มันก็จะแตกต่างด้านความสามารถที่ปลดล็อคอีกที ฉะนั้นจึงยั่วยวนให้เราเก็บค่าความสามารถของอาวุธทุกชิ้นให้เต็มเพื่อหาความสามารถที่เหมาะกับเรา (โดยถ้าหากเก็บค่าประสบการณ์อาวุธชิ้นนั้นเต็มแล้ว ต่อให้ได้ชนิดเดียวกันมาจากไหนก็มีค่าความสามารถเต็มทันที) รวมถึงยังมีมินิเกมมากมายมหาศาลให้เล่น ทั้งการทำอาหารที่เมื่อเรากินจะช่วยเพิ่มค่าสเตตัส หรือลดอัตราการติดสเตตัสผิดปกติ, การสั่งให้เรือของเราออกท่องโลกเพื่อหาของต่างๆ, มินิเกมชิงเหรียญเพื่อเอาไปแลกของ หรือแม้แต่การเก็บก้อนวิญญาณเพื่อไปเปิดหีบแมวเอาของพิเศษ เรียกว่าหากต้องการเก็บทุกอย่างทั้งเกม ก็สามารถเล่นกันได้ข้ามเดือนเลยทีเดียว

 

กราฟิกในเกม อาจจะไม่ได้สวยหรูระดับโชว์ประสิทธิภาพเครื่อง PS4 เต็มรูปแบบ ทว่าด้วยงานการออกแบบที่งดงามและน่าสนใจ ก็ทำให้เราเพลิดเพลินกับโลกของเกมทุกครั้งที่ออกสำรวจได้ไม่ยาก สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคงเห็นเป็นโมเดลตัวละครที่ออกมาดูดีเสมือนอนิเมะ ทั้งรูปร่างหน้าตาท่าทางการแสดงอารมณ์ล้วนทำได้ดีมากๆ เสียแต่หากเป็นฉากที่เล่นแสงเงาบางช่วง มันทำให้โมเดลตัวละครดูแย่แบบแปลกๆ แต่นั่นก็เพียงส่วนน้อยที่เราจะเห็นในเกม ดนตรีที่ไพเราะติดหู แต่น่าติในจุดที่บางดันเจี้ยนของเกม เลือกจะไม่สั่งดนตรีประกอบเข้ามา ทำให้การผจญภัยเงียบเหงาไปในทันที ก็ไม่เข้าใจในส่วนนี้ว่าใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าดันเจี้ยนไหนไม่ควรใส่ดนตรีเข้าไป ส่วนเรื่องเสียงพากย์นั้น เกมจะให้เราเลือกเสียงพากย์ได้หมดไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรืออังกฤษ (ซึ่งทีมงานเลือกเสียงเป็นญี่ปุ่น) ซึ่งเสียงพากย์ก็ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิด ฉะนั้นใครอยากเลือกเสียงพากย์เป็นภาษาอะไรก็แล้วแต่ผู้เล่นเลยครับ

 

สรุปเกม Tales of Berseria อาจจะเก่าไปหน่อยแต่ถ้าใครชอบเกมแนว JRPG คงต้องหามาเล่นกันให้ได้เพราะมีจุดเด่นอะไรหลายๆอย่าง ต้องเล่นถึงจะรู้สำหรับคะแนนที่ได้ไปคือ 8/10 ณ ตอนนี้สามารถหาซื้อที่ PS3/PS4/Steam