รีวิวเกม Final Fantasy VII : Remake

2020-04-14 12:54:20 เกมเพลย์สเตชั่น
รีวิวเกม Final Fantasy VII : Remake

ต้องยอมรับว่าซีรี่ย์เกม Final Fantasy หนึ่งในภาคที่ดีสุดคงต้องมี ภาคที่ 7 ในรายการอย่างแน่นนอน ด้วยเนื้อเรื่องและตัวละครที่แฟนๆต่างชื่นชอบ นับตั้งแต่ที่เกมวางจำหน่ายในปี 1997 หรือจากอิทธิพลอันใหญ่หลวงมากมายที่เกมมีต่อทั้งแนวเกม RPG และวงการเกมที่เปลี่ยนจากการใช้ภาพ 2มิติ มาเป็นโมเดลโพลิก้อนแบบ 3มิติ ในยุคนั้น และเป็นเกมแรกที่ใช้สไตล์การออกแบบศิลป์ที่ผสมผสานความเป็นแฟนตาซีและไซไฟเข้าด้วยกัน อันกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเกม Final Fantasy แทบทุกภาคตั้งแต่นั้นมา จึงไม่น่าแปลกใจที่วงการเกมโดยรวมจะยกย่องเกมในฐานะ ตำนาน ที่ยังคงมีคนติดตามอย่างเหนียวแน่นตลอดมา

เนื้อเรื่อง Final Fantasy VII คลาวด์ สไตร์ฟทหารรับจ้างฝีมือดีผู้สูญเสียความทรงจำ ได้ถูกว่าจ้างโดยบาร์เร็ต วอลเลซ ผู้นำกลุ่มคนใหม่ขององค์กรใต้ดินนาม Avalanche ให้ไปร่วมปฎิบัติภารกิจระเบิดเตาปฎิกรณ์ของบริษัท ชินระองค์กรนายทุนที่มีอำนาจทางการเมืองปกครองเมือง Midgar ด้วยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่ใช้ขุมพลังจากแหล่งที่มาปริศนาซึ่งเป็นภัยต่อทุกสิ่งมีชีวิต โดย Avalanche ทำลายเตาปฎิกรณ์ได้สำเร็จ แต่นั่นได้ทำให้เกิดเหตุการณ์ปริศนามากมายขึ้น ซึ่งคลาวด์ก็ได้รับผลกระทบ เขาได้เห็นทั้งความทรงจำที่ขาดหายไปกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งเป็นระยะ ๆ ทำให้เขาค่อย ๆ ปะติดปะต่อตัวตนของตัวเอง “และตัดสินใจที่จะหยุดยั้งองค์กรชินระด้วยมือของเขาพร้อมสหายที่พบเจอตลอดภารกิจปฏิญาณตนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป”

ระบบต่อสู้ ที่เปลี่ยนจากระบบแบบ Turn-based เหมือนภาคดั้งเดิม มาสู้ระบบที่เน้นแอคชั่นแบบ Real-time ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นดั้งเดิมหลายคนกังวลใจอยู่มากที่สุดเกี่ยวกับเกมภาคใหม่ แต่ถ้าวัดด้วยตัวของมันเอง (คือไม่เอาระบบดั้งเดิมเป็นมาตรวัด) ระบบต่อสู้ของ FF7R ถือว่าทำออกมาได้สนุก และสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเล่นเกมแอคชั่นเต็มตัว และการต่อสู้ผ่านเมนูของเกม RPG คลาสสิคได้อย่างกลมกล่อมเลยทีเดียว 

ผู้เล่นจะต้องใช้การโจมตีธรรมดาระหว่างรอให้เกจ ATB ของตัวละครเพิ่มจนเต็ม จึงจะสามารถใช้ความสามารถพิเศษหรือเวทย์มนตร์ของตัวละครนั้นๆ ได้ แต่เมื่อเล่นไปซักพัก เริ่มทำความรู้จักระบบ Stagger ของเกม คล้ายๆกับระบบใน FF13/15 เมื่อโจมตีจุดอ่อนศัตรูไปเรื่อยๆ จะทำให้ศัตรูล้มลง และโดนความเสียหายมากขึ้นชั่วขณะ และเจอศัตรูหลากหลายชนิด ที่ล้วนแล้วแต่มีจุดอ่อนและเงื่อนไขในการ Stagger ไม่เหมือนกัน เช่นศัตรูตัวหนึ่ง จะต้องโจมตีสวนในจังหวะที่มันกำลังจะโจมตีเท่านั้น จึงจะทำให้ติด Stagger ได้ หรืออีกตัวที่ต้องใช้เวทย์มนตร์เท่านั้นเป็นต้น 

ผู้เล่นยังสามารถควบคุมตัวละครเพื่อนร่วมปาร์ตี้ แต่ผู้เล่นจะสามารถควบคุมตัวละครโดยตรงได้แค่ทีละตัว ในขณะที่ตัวละครตัวอื่นๆ มักจะเดินไปเดินมา หรือยืนป้องกัน การหยุดเวลาจึงทำให้เราสามารถสั่งการเพื่อนร่วมปาร์ตี้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำในเวลาที่จำเป็น เช่นการสั่งให้ใช้เวทย์ป้องกัน หรือใช้สกิลใส่ศัตรูที่ Stagger อยู่เป็นต้น 

ระบบการอัพเกรดอาวุธก็จะทำงานควบคู่ไปกับระบบ Materia ที่เปรียบเสมือนสกิลที่เราสามารถสวมใส่ให้ตัวละคร โดย Materia ทุกชนิดในเกมสามารถใส่ให้กับตัวละครทุกตัว จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการกำหนดหน้าที่ของตัวละครแต่ละตัว เช่นตัวหนึ่งอาจจะมี Materia เวทย์หลายธาตุ ในขณะที่อีกตัวมี Materia ที่เพิ่ม Max HP เยอะๆ เอาไว้แทงค์ ซึ่งทั้งหมดนี้เองคือสิ่งที่เสริมมิติควมเป็น RPG ให้กับเกม เอาไว้ถ่วงดุลความแอคชั่นของการต่อสู้

ส่วนเรื่องงานภาพ คงต้องบอกว่าสวยงามอลังการ เด็นๆ คือเรื่องแสง-เงา ที่สมจริงมากๆ และรายละเอียดของฉากนั้นจัดหนักจัดเต็มๆ แต่บางฉากก็มีหยาบอยู่นิดหน่อย จุดเด่นอีกอย่างคือการออกแบบตัวละครเราจะได้เห็นทั้งรูขุมขน เงาตกกระทบของอวัยวะบนหน้า ประกายในดวงตา หรือแม้ทรงผมที่พริ้วไหว 

สรุปเกม Final Fantasy VII : Remake เป็นเกม AAA ของปี 2020 ที่ลงเฉพาะ ps4 แบบมีเวลาจำกัด ปีหน้าชาว พีซีอาจจะได้เล่นกันรอต่อไป สำหรับคะแนนที่ได้คือ 9.5/10