การเลือกซื้อ Power Supply ให้ถูกใจ

2019-07-01 12:39:22 บทความพิเศษ
การเลือกซื้อ Power Supply ให้ถูกใจ

หากเปรียบว่า CPU เป็นสมองที่มีหน้าที่คิดทุกสิ่งทุกอย่าง    Power Supply คงจะเปรียบเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เพราะต้องทำหน้าที่หล่อเลี้ยงกระแสไฟ้าให้กับชิ้นส่วนต่างๆ บนคอมพิวเตอร์ และถ้า Power Supply ของเราไม่ดีพอ อาจจะทำให้ CPU VGA RAM ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจจะทำให้เสียหายเพราะการจ่ายไฟไม่นิ่งพอ ดังนั้นการเลือก PSU หรือ Power Supply เป็นสิ่งที่สำคัญมาก พอๆกับการเลือก CPU เลยก็ว่าได้ 

หน้าที่ของ Power Supply

ตัวแปลงไฟล์ฟ้าจากระบบไฟฟ้าบ้านที่มีแรงไฟฟ้าที่เยอะเกินความต้องการของอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ เช่น ไฟฟ้าบ้านในไทยมีไฟฟ้าอยู่ที่ 220 โวลต์ แต่อุปกรณ์บางชนิดต้องการแค่ 3.3 โวลต์ 5 โวลต์ และ 12 โวลต์ ตามลำดับ หรือจะพูดง่ายๆคือ Power Supply เป็นตัวแปลงไฟฟ้าให้เหมาะสมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้นเอง 

ประเภทของ Power Supply จะขอแบ่งตามความคิดส่วนตัว

1 แบบ Continuous จะเป็น PSU ที่มีราคาแพงเพราะสามารถจ่ายไฟได้นิ่งและเต็มวัตต์ที่โฆษณาไว้ 700w ก็จ่ายไฟได้ 700w และมีคำว่า Continuous บอกไว้ที่กล่องหรือตัวเครื่องอย่างชัดเจน 

2 แบบ Peak จะจ่ายไฟไม่เต็มวัตต์ที่โฆษณา ยกตัวอย่างเช่น 700w แต่จริงๆ จ่ายไฟได้แค่ 550w แต่จะมีช่วงที่สามารถจ่ายไฟได้ 700w แล้วจะรู้ได้ไงว่า PSU เป็นแบบ Peak  ง่ายๆ ดูที่ข้างหรือตัวเครื่องจะมีคำว่า Peak อยู่อย่างชัดเจน 

3 แบบหลอกลวง แบบนี้จะมีราคาถูกมากๆ 700w ราคา 600+ บาท และไม่ได้บอกว่า Continuous หรือ Peak  แต่บอกจำนวนวัตต์อย่างเดียวอาจจะดูรายละเอียดต่างๆที่ตัวเครื่อง บางทีข้อมูลอาจจะไม่จริงอีก และมีไม่มาตรฐานอะไรรับรองเลย ส่วนมากจะเป็นของจีน 

มาตรฐาน 80+ คืออะไร

อธิบายง่ายๆคือคล้ายๆ มาตรฐานประหยัดเบอร์ 5 ของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นเอง แต่มาตรฐาน 80+ ของ PSU มีอะไรมากกว่านั้นคือ นอกจากบ่งบอกถึงการประหยัด และยังบอกถึงการจ่ายไฟอีกด้วย แล้วมันดูยังไงล่ะ ดูที่กล่องของ PSU เลย จะมีคำว่า 80+ อยู่ตัวใหญ่ๆ แล้ว 80+ มีอยู่ 6 ระดับด้วยกัน คือ

1 80 Plus (ธรรมดา) ก็คือ PSU ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โหลดตลอดทั้งสามช่วงคือ 20%, 50%, 100% Load ได้ 0.8 (80% efficiency) พอดี และจะทดสอบกับ PSU ที่ใช้ไฟ AC ในช่วง 110V เท่านั้น

2 80 Plus Broze (ชั้นทองแดง) ก็คือ PSU ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โหลดในช่วง 20% จากความสามารถทั้งหมดของ PSU ได้ในระดับเกินกว่า 0.81 และที่ภาระ 50% มีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.85 และที่โหลดเต็ม 100% จะต้องมีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.81 สำหรับ PSU ที่ใช้ไฟด้าน AC 220V จึงจะได้การการันตีมาในระดับนี้

3 80 Plus Silver (ชั้นเงิน) ก็คือ PSU ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โหลดในช่วง 20% จากความสามารถทั้งหมดของ PSU ได้ในระดับเกินกว่า 0.85 และที่ภาระ 50% มีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.89 และที่โหลดเต็ม 100% จะต้องมีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.85 สำหรับ PSU ที่ใช้ไฟด้าน AC 220V จึงจะได้การการันตีมาในระดับนี้

4 80 Plus Gold (ชั้นทอง) ก็คือ PSU ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โหลดในช่วง 20% จากความสามารถทั้งหมดของ PSU ได้ในระดับเกินกว่า 0.88 และที่ภาระ 50% มีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.92 และที่โหลดเต็ม 100% จะต้องมีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.88 สำหรับ PSU ที่ใช้ไฟด้าน AC 220V จึงจะได้การการันตีมาในระดับนี้

5 80 Plus Platinum (ชั้นแพลททินัม) ก็คือ PSU ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โหลดในช่วง 20% จากความสามารถทั้งหมดของ PSU ได้ในระดับเกินกว่า 0.9 และที่ภาระ 50% มีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.94 และที่โหลดเต็ม 100% จะต้องมีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.91 สำหรับ PSU ที่ใช้ไฟด้าน AC 220V จึงจะได้การการันตีมาในระดับนี้

6 80 Plus Titanium (ชั้นไทเทเนี่ยม) ก็คือ PSU ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โหลดในช่วง 20% จากความสามารถทั้งหมดของ PSU ได้ในระดับเกินกว่า 0.94 และที่ภาระ 50% มีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.96 และที่โหลดเต็ม 100% จะต้องมีประสิทธิภาพเกินกว่า 0.91 ซึ่งในระดับสูงสุดนี้จะยังมีการวัดการจ่ายพลังงานที่ภาระช่วงต่ำๆเพียง 10% ด้วยซึ่งจะต้องมีประสิทธิภาพได้เกินกว่า 0.9 ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยสำหรับการทำงานในช่วงนี้ สำหรับ PSU ที่ใช้ไฟด้าน AC 220V จึงจะได้การการันตีมาในระดับนี้

 

ข้อคิด เราซื้อ Power Supply ควรดูสายเชื่อมต่อต่างๆที่มีมาให้ ว่าครบตามที่เราต้องการหรือป่าว และควรมาตรฐาน 80+ ด้วยเพื่อการันตีคุณภาพ จากนั้นค่อยมาดูว่า จะซื้อแบบ Continuous หรือ Peak หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆกำลังมองหา Power Supply อยู่ไม่มากก็น้อย