Please enable / Bitte aktiviere JavaScript!
Veuillez activer / Por favor activa el Javascript! [ ? ]
 
 
 
รีวิวเกม Battlefield V ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

รีวิวเกม Battlefield V ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

2019-05-27 13:33:57 เกมอื่นๆ
รีวิวเกม Battlefield V ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

เกม Battlefield เป็นชื่อซีรี่ย์เกมที่ขึ้นชื่อของ EA เรียกได้ว่าถ้าใครไม่รู้จัก Battlefield อย่าเรียกตัวเองว่าเกมเมอร์เลย โดย Battlefield V  จะนำเราเข้าสู่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางการต่อสู้ของเหล่ามหาอำนาจอย่างฝ่ายสัมพันธมิตร และ ฝ่ายอักษะ เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง โดยตัวเกมได้พัฒนาระบบต่างๆ ให้มีความแตกต่างจากภาคก่อนๆ เยอะมาก ทำให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งดีและแย่ แต่นี่ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของซีรี่ย์เกม Battlefield ในภาคต่อๆไป 

ถึงแม้ว่าช่วงเปิดตัวเกมจะได้คำวิจารณ์เชิงลบอยู่มาก แต่ผู้พัฒนาเกมก็ได้มีการแก้ไขระบบต่างๆ ออกมาให้อัพเดทอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้นิ่งนอนใจ วันนี้เราจะรีวิวกันชัดๆว่ามันดีไม่ดียังไง

มาพูดถึงเรื่องการเล่นคนเดียว ในภาคนี้ตัวเกมก็ยังคงคอนเซ็บที่จะเล่าเนื้อเรื่องในหลายๆ มุมของยุคสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยการนำเสนอของภาคนี้จะเน้นเนื้อเรื่องในอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทุกคนไม่เคยเห็นในแต่ละประเทศ โดยจะมีเนื้อเรื่องอยู่ทั้งหมด 4 บทนั่นคือ Nordlys – สาวน้อยนักฆ่าความสามารถสูงที่จะต้องปลดแอกประเทศ Norway ของตัวเอกจากฝ่ายนาซี พร้อมทั้งต้องช่วยเหลือครอบครัวที่โดนจับตัวไป Under No Flag – เล่าถึงเรื่องโอกาศที่สองของอาชญากรนามว่า Billy Bridger ที่จะต้องเข้าร่วมกองกำลังรบอังกฤษ เพื่อมารับใช้ชาติแทนที่จะเข้าคุก Tirailleur – การต่อสู้ของกองกำลังเซเนกัลประเทศฝรั่งเศษที่จะต้องปกป้อง Homeland พื้นที่ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน The Last Tiger – จะเล่าเรื่องของทหารฝ่ายนาซี กับลูกเรือบนรถถัง The Tiger คนหนึ่งที่เริ่มสงสัยและตั้งคำถามต่ออุดมการณ์ของประเทศตัวเอง 

โดยตัวเกมเพลย์ในภาคนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะระบบการเล่นนั้นจะกลายเป็นรูปแบบ Openworld เต็มตัว มีแนวทางการเล่นหลากหลายมากกว่าก่อน มีอิสระในการผ่านด่านต่างๆ ได้มากขึ้น อย่างเช่นการบุกประจันหน้าเข้าไป หรือจะเป็นการลอบเร้นเข้าไปก็ได้ อาวุธภายในเกมก็มีหลากหลายเพียงแต่เราอาจจะต้องไปไล่เก็บตามแคมป์ศัตรูต่างๆ ซึ่งมันจะทำให้เราต้องสำรวจมากขึ้นนั่นเอง มีการส่อง Mark ตำแหน่งของศัตรูเพื่อให้เล่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นการคอยๆ เก็บทีละตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรู Alert และไปกดเสาสัญญานขอความช่วยเหลือให้เพื่อนมาช่วยเป็นต้น

ส่วนตัวเนื้อเรื่องของเกมนี้ เนื่องจากที่แต่ละบทจะใช้เวลาเพียงแค่ 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น การเล่าเรื่องในซีนสำคัญๆ มันเลยทำให้เราไม่อินเท่าที่ควร เพราะเราเองก็พึ่งจะรู้จักตัวละครพวกนี้ได้ไม่นาน เราเลยยังไม่ผูกพันธ์พวกเขาเท่าที่ควร แต่ก็ต้องชมเลยว่าในเรื่องของซีนที่จะสื่อถึงความรักชาติ หรือทำให้เรารู้สึกหึกเหิม ตัวเกมจะสื่อออกมาได้ดีมากๆ ซึ่งส่วนตัวของผมนั้นจะชอบในบท Under No Flag มากที่สุด เพราะเนื้อเรื่องมันจะทำให้เราเอาใจช่วยเจ้าหนูคนนี้ตลอดเวลา

ระบบมัลติเพลยเยอร์นั้นก็จะมีโหมดการเล่นอยู่ด้วยกัน โหมดนั่นคือ Conquest – โหมดคลาสสิค ที่มีมาตั้งแต่ภาคเก่าๆ เป็นการต่อสู้ในสเกลใหญ่ที่เราจะต้องยึดพื้นที่ต่างๆ โดยในภาคนี้ระบบจะไม่เหมือนกับภาคก่อนหน้าตรงที่การนับคะแนนคือการตาย ซึ่งถ้าหากว่าเราถูกยึดจุดมากกว่าครึ่งจะทำให้คะแนนลดมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งมันทำให้การ Comeback ของฝ่ายเสียเปรียบทำได้ง่ายขึ้น Domination – การต่อสู้ภาคพื้นดินที่จะสเกลเล็กลงมากว่าโหมด Conqest เราจะพบเจอศัตรูได้ง่ายกว่า Team Deathmatch – โหมดยิงประจันหน้าที่มีอยู่ทุกเกม โดยตัวเราและศัตรูจะสุ่มเกิดในพื้นที่ขนาดเล็กอยู่เรื่อยๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากจะเข้าไปฝึกยิงให้คล่อง Frontlines – โหมดภารกิจยึดจุด ในธีมที่เหมือนกับการเล่นชักกะเย่อ ถ้าหากว่าฝ่ายเรายึดจุดมากกว่าอีกฝ่ายเราก็จะชนะไป Breakthrough – โหมด Capture the flags ที่เรารู้จักกันดีฝ่ายบุกต้องเข้ายึด ส่วนฝ่ายกันก็จะต้องทำทุกวิธีทางเพื่อไม่ให้ฝ่ายบุกเข้ามาได้ Grand Oparation – โหมดสเกลใหญ่ที่รวมหลายๆ โหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งตัวโหมดนี้เองก็มีตั้งแต่ภาคก่อนหน้า ตัวเกมใช้เวลาในการเล่นนาน และเนื้อเรื่องก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามผู้แพ้ชนะของแมทนั้นๆ

กราฟฟิกของเกม ถึงแม้ว่าจะใช้เอ็นจิ้น Frostbite 3 ที่ทำภาคก่อนหน้าอย่าง Battlefield 1 รวมๆทำออกมาได้ดี แสง สี เงา ดูสมจริงขึ้น ถ้าใครมีคอมแรงๆ สามารถเปิดระบบ Ray Tracing ที่จะเป็นการสะท้อนเงาฉากในเกมให้เกมสมจริงขึ้น แต่การ์ดจอต้องเป็นระดับ High End เท่านั้น ต่ำกว่า GTX1070 หรือ RX Vega 64 หมดสิทธิ์ 

 

สรุปเกม Battlefield V โดยระบบ Singleplayer ทำออกได้แปลใหม่ และมีจุดขายตรงระบบมัลติเพลยเยอร์ ที่เล่นเป็นทีมทำงานเป็นทีม เน้นความสมจริงในการรบ คะแนนที่ได้ไป 8.2/10 คะแนน เนื้อเรื่องสั้นไปในโหมดเล่นคนเดียว สำหรับแฟนๆ Battlefield สามารถหามาเล่นได้ทั้ง PS4 / XBOX ONE / PC (ต้องแรงๆ)