Please enable / Bitte aktiviere JavaScript!
Veuillez activer / Por favor activa el Javascript! [ ? ]
 
 
 
รีวิวเกม Octopath Traveler ย้อนเวลาเล่นเกม 8 บิต

รีวิวเกม Octopath Traveler ย้อนเวลาเล่นเกม 8 บิต

2019-05-20 13:23:37 นินเทนโด
รีวิวเกม Octopath Traveler ย้อนเวลาเล่นเกม 8 บิต

เกม Octopath Traveler เป็นผลงานจากค่าย Square Enix ที่เป็นเจ้าแห่งเกมแนว JRPG และเกมนี้เป็น RPG เทิร์นเบสที่มีระบบการเล่นและงานด้านภาพและเสียงแบบเดียวกับเกม RPG ในยุคซูเปอร์แฟมิคอมเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว แต่ได้รับการปรับปรุงขึ้นให้มีคุณภาพระดับ HD และเพิ่มลูกเล่นต่างๆ ให้มีความสดใหม่ขึ้น Octopath Traveler ลงให้เฉพาะ Nintendo Switch เท่านั้น  กราฟฟิกสไตล์ สไปรต์ 2D ผสมกับโมเดล 3D ความละเอียดต่ำ แบบเกมยุค 90 จัดเป็นจุดเด่นของเกม Octopath Traveler ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม และสมเหตุสมผล มันดูดี และเพิ่มสเน่ห์ให้กับสภาพแวดล้อมที่เรียบง่ายได้อย่างน่าดูชม ศัตรู และบอสถูกออกแบบให้มีรายละเอียดสูงที่สุดตามลักษณะของกราฟฟิกของตัวเกม

ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นทำได้ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่นักเพราะเกมไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่เป็นแกนหลัก แต่ตัวละครแต่ละตัวจะมีเนื้อเรื่องแยกออกจากกันไปเลย ตัวละครจะอยู่ด้วยกันแค่ในปาร์ตี้ ในฉากต่อสู้ แต่พอตัดเข้าคัทซีนเนื้อเรื่องของแต่ละตัวครก็จะเหลือแค่ตัวละครเจ้าของเนื้อเรื่องนั้นทันที และเนื้อเรื่องไม่ได้มีความตื่นเต้นอะไร พอบวกกับวิธีการเล่าเรื่องด้วยข้อความเป็นหลักแบบเกมในยุคเก่าก็ทำให้รู้สึกง่วงหรืออยากกดข้ามอยู่บ่อยๆ เหมือนกัน โดยแต่ละบทใช้เวลาเล่นประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ตามบทสนทนา ควบคู่ไปกับเสียงที่แสดงออกมาเป็นอย่างดี และแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องราวจะถูกดำเนินออกมาเป็นลำดับอย่างช้าๆ และเกี่ยวพันให้เราได้เข้าใจเรื่อยๆ โดยบทสนทนาของตัวละครทั้ง 8 เราค่อนข้างที่จะพบได้น้อยมาก ยกเว้นในขณะการต่อสู้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่แสดงออกมาเป็นครั้งคราว ไม่บ่อยเกินไป และไม่สำคัญเท่าไร เนื้อเรื่องของตัวเกมอาจจะไม่ดีซักเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เกมนี้น่าสนใจน้อยลงแต่อย่างใด โดยเฉพาะเหล่า NPC ที่มีผลต่อตัวเกมเป็นอย่างมาก บางตัวมีเรื่องราวเบื้องหลังเป็นของตนเอง บางตนก็เป็นตัวละครสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก และด้วย Side Quests ทำให้เราเข้าถึง NPC เหล่านี้ได้มากกว่าเดิม อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราจะทำแรกๆ หลังจากมายังเมืองใหม่ ไม่ใช่การพูดคุยกับเหล่า NPC แต่อย่างใด แต่เป็นการยุ่งกับการสำรวจไอเทม และขโมยของเหล่านั้นเสียมากกว่า โดย NPC หลายๆ ตัวในเกมนี้ เราสามารถใช้สกิลพิเศษที่ติดมาจากตัวละครทั้ง 8 ในการทำอะไรสักอย่างกับเหล่า NPC ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขโมย ชวนเป็นลูกทีม ถามเบื้องหลัง จนไปถึงท้าสู้กับพวกเขากลางเมืองก็ยังได้ โดยสิ่งเหล่านี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่ใช้เปอร์เซ็นต์โอกาสความสำเร็จในการวัดผล และตามระดับเลเวลของตัวละครนั้นๆ โดยในกลุ่มเปอร์เซ็นต์ หากพลาดขึ้นมา ชื่อเสียงของเราก็จะต่ำลง และจะทำให้เราไม่สามารถยุ่งหรือทำอะไรกับ NPC ต่อไปได้ จนกว่าจะเสียค่าปรับเพื่อแก้ชื่อเสียของเราเสียก่อน 

บน World Map จะปรากฎไอคอนตัวละคร พร้อมระดับเลเวลของตัวละครนั้นๆ ที่เราต้องเก็บเลเวลของตัวละครที่ระบุให้ครบเสียก่อน ถึงจะสามารถไปยังบทต่อไปได้ ทั้งนี้พื้นที่ต่างๆ จะค่อยๆ ปรากฎออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ตามที่เราเดินทางผ่านไป และแน่นอนว่าเราสามารถใช้ระบบ fast travel ในการวาปตัวเองกลับไปยังพื้นที่ที่เราเคยผ่านมาแล้วได้ (ต้องปรากฎป้ายสัญลักษณ์) สำหรับการเล่นตามเนื้อเรื่องในบทต่างๆ ของตัวเกม เราจำเป็นต้องมีตัวละครที่บทนั้นๆ กำหนดอยู่ในปาร์ตี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพรรคพวกคนอื่นจะมีเลเวลต่ำกว่าตัวละครที่กำหนด เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด ซึ่งนั่นถือเป็นข้อดีของระบบต่อสู้ของเกมเกมนี้ ที่เน้นใช้ทริคในการเล่นมากกว่า

โดยศัตรูทุกตัวในเกม Octopath จะมีจุดอ่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องธาตุ และอาวุธอยู่อย่างน้อย 1 อย่าง และส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ซึ่งจะมีตารางปรากฎบอกให้เรารู้ทุกครั้งใต้ศัตรูตัวนั้นๆ ซึ่งตอนแรกจะปรากฎออกมาเป็นช่องเปล่าๆ และจะปรากฎออกมาเป็นสัญลักษณ์ ตลอดไป เมื่อเราทำการค้นพบจุดอ่อนของมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ ได้แล้ว ด้วยสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เราสามารถใช้กลยุทธ์ในการทำลายพลังป้องกันของศัตรู และเมื่อทำลายโล่ของพวกมันจนหมด ศัตรูตัวนั้นๆ ก็จะถูกหยุดและเสียเทิร์นถัดไป พร้อมอยู่ติดสถานะอ่อนแอ ซึ่งทำให้เราสาามารถสร้างดาเมจกับมันได้มากกว่าปกติ ระบบต่อสู้ของเกมนี้ยังมีระบบที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือระบบ Battle points (BP) ที่สามารถเพิ่มจำนวนการโจมตีปกติ หรือเพิ่มความแรงให้กับสกิลที่ใช้ได้ ทั้งนี้ตัวละครทุกตัวจะได้รับ BP เพิ่มทุกเทิร์น แต่จะไม่ได้รับก็ต่อเมื่อใช้ค่า BP นี้ไปแล้ว ทั้งนี้การควบคุมค่า BP เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีสำหรับทำลายโล่ของฝ่ายศัตรู รวมไปถึงมันยังเป็นส่วนสำคัญที่ควรใช้ในโอกาสพิเศษๆ ในการเพิ่มค่าดาเมจในครั้งเดียว

สรุปเกม Octopath Traveler อาจจะน่าเบื่อที่ตัวเกมพยายามดึงเราเดินทางไปทั่วโลก แต่ตัวเกมมีระบบขโมยของที่สนุกท้าทาย มีสายอาชีพใหม่ๆ ให้ค้นหา การต่อสู้กับเหล่าบอสที่น่าตื่นเต้น มีเกียร์คุณภาพสูงให้เราหาอยู่ทั่วโลก ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับกราฟฟิกสไตล์ใหม่ ที่ทั้งย้อนยุค และดูทันสมัย Octopath อาจแย่เรื่องเนื้อเรื่อง แต่ข้อดีของมันก็เยอะพอจนเราลืมข้อเสียมันไปได้เลย คะแนนที่ได้ไปคือ 8.2/10 สำหรับที่ชอบเล่นเกมแนว JRPG และมีเครื่อง Nintendo Switch ก็จัดมาได้เลย