Please enable / Bitte aktiviere JavaScript!
Veuillez activer / Por favor activa el Javascript! [ ? ]
 
 
 
รีวิว Tales Of Vesperia Definitive Edition ฉลองครบ 10 ปี

รีวิว Tales Of Vesperia Definitive Edition ฉลองครบ 10 ปี

2019-04-30 12:00:08 เกมอื่นๆ
รีวิว Tales Of Vesperia Definitive Edition ฉลองครบ 10 ปี

ซีรี่ย์เกม Tales of ก็เป็นอีกซีรีส์หนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมาตั้งแต่ยุคซูเปอร์ฟามิคอม ด้วยความโดดเด่นที่เมื่อเข้าฉากต่อสู้แล้วผู้เล่นจะบังคับตัวละครต่อสู้เองในแบบแอ็กชั่นและทำคอมโบได้หลากหลาย ตัวละครออกแบบได้มีเอกลักษณ์ และอื่นๆอีกมากมาย ที่เกม Tales of ได้ฝากผลงาน และ Tales of Vesperia นั้นเคยวางตลาดครั้งแรกให้กับเครื่อง Xbox 360 ในปี 2008 และจากนั้นก็ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ออกมาให้กับเครื่อง PS3 ซึ่งเพิ่มตัวละครที่จะเข้าร่วมปาร์ตี้ตัวเอกอีกสองคนคือ Flynn อัศวินเพื่อนรัก และ Patty เด็กสาวโจรสลัดที่สูญเสียความทรงจำ อีกทั้งเพิ่มเนื้อเรื่องเสริมเข้ามาให้กลมกลืนขึ้นด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายมากที่เวอร์ชั่น PS3 นี้ไม่ได้มีการทำเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษออกมา ทำให้หลายคนพลาดโอกาสที่จะเล่นเกมชั้นดีนี้ไป ทว่าในครั้งนี้ Tales of Vesperia ก็ได้กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชั่น Definitive Edition ที่เป็นการรีมาสเตอร์ พร้อมกับมีการปรับความสวยงามของภาพขึ้น มีตัวละครกับเนื้อเรื่องเสริมแบบ PS3 และยังแถม DLC พวกไอเทมและชุดแต่งกายมาแต่แรก นอกจากภาษาในเกมจะเป็นอังกฤษแล้ว เสียงก็ยังสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็นญี่ปุ่นหรืออังกฤษก็ได้ด้วย ใครที่อยากเล่นในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ทาง Bandai Namco เค้าจัดมาให้แล้วเล่นได้ทั้ง PS4/XBOX ONE/PC/SWITCH 

เนื้อเรื่องคร่าวๆมีอยู่ว่า ในโลกมี่มีชื่อว่า Terca Lumireis มนุษย์ในที่ต่างๆ ใช้พลังงานในการดำเนินชีวิตด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Blastia" ซึ่งแปลงพลังงานจากสารลึกลับ "AER" แต่จากการที่ใช้พลังงานเกินกว่าที่ควรนี้เอง มหันตภัยที่อาจทำลายโลกได้ก็กำลังใกล้เข้ามาทุกที ตัวเอกของเรื่องนามว่า Yuri Lowell เป็นอดีตอัศวินของจักรวรรดิ์ที่กำลังทำงานตามล่าตัวโจรที่ขโมยแกนกลางของเครื่อง "Blastia" ไป แต่เขากลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นโจรเสียเอง และในระหว่างที่หลบหนี เขาก็ได้พบกับ Estelle เด็กสาวผู้ดีที่กำลังหนีจากการตามล่าของอัศวิน ทั้งคู่เดินทางไปด้วยกันพบปะเพื่อนๆ มากมาย เช่น Karol เด็กหนุ่มที่อยากเป็นนักผจญภัย, Rita เด็กสาวนักเวทอัจฉริยะ พวกเขาร่วมก่อตั้งกิลด์ที่ชื่อว่า Brave Vesperia ขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้ว Estelle นั้นเป็นผู้ที่มีพลังลึกลับที่ถูกหลายคนต้องการตัว เป็นพลังระดับที่สามารถกอบกู้หรือทำลายโลกนี้ได้ ส่วน Yuri เองนอกจากจะเป็นศัตรูกับคนชั่วแล้วยังต้องถูกตามล่าจากกลุ่มอัศวินอีก เนื้อเรื่องมีความลึกลับ ซับซ้อน แต่จะค่อยๆเฉลยเอามา การทำเควสเสริมต่างๆ บางเควสจะทำให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น

ระบบการเล่น จะเป็น RPG แบบที่ผู้เล่นจะต้องควบคุมตัวละครเองในฉากต่อสู้ โดยเมื่อเราเดินชนเข้ากับศัตรูตามแผนที่หรือดันเจียน เกมก็จะตัดเข้าฉากต่อสู้ที่เป็นขอบเขตทรงกลม ฝ่ายผู้เล่นจะมีตัวละครในทีมสูงสุด 4 คน และจะบังคับได้แค่ตัวเดียวคือตัวที่เลือกไว้เป็นหัวแถวของฟอร์เมชั่นก่อนที่จะเริ่มสู้ ส่วนอีก 3 คนที่เหลือจะเป็น AI ควบคุมตามแนวทางของแผนที่เราตั้งไว้ แต่ผู้เล่นสามารถกดหยุดเกมเพื่อสั่งแบบเฉพาะเจาะจงได้ว่าจะให้ตัวละครไหนใช้ท่าอะไรก็ได้เช่นกัน  การอัพตัวละครให้เก่งขึ้นของเกมนี้ก็เป็นจุดเด่นอีกอย่าง เพราะทำได้อิสระ โดยตัวละครจะเรียนรู้ท่าพิเศษเมื่อเลเวลสูงขึ้น ทำให้มีท่าโจมตีให้เลือกใช้มากขึ้น แต่สกิลจะเรียนรู้ได้จากอาวุธ ซึ่งสกิลจะมีด้วยกันหลากหลาย ทั้งที่ทำให้โจมตีหลายครั้งขึ้น, ทำให้ Status สูงขึ้น ทำให้ต่อคอมโบได้มากขึ้น หรือสกิลที่ทำให้ท่าพิเศษบางท่ามีพลังมากขึ้นก็มี ซึ่งการที่สกิลต่างๆ อยู่ในอาวุธนี้เอง ทำให้เราต้องเก็บรวมรวมอาวุธมาให้ตัวละครใช้ให้ครบ แม้ว่าเราจะมีอาวุธที่มีพลังแรงกว่าแล้วก็ยังต้องเปลี่ยนมาใช้อาวุธที่พลังน้อยกว่าจนกว่าจะเรียนรู้สกิลของอาวุธนั้นได้ เป็นต้น การเดินทางนั้นจะเดินทางกันบนแผนที่โลก เมื่อเข้าสู้เมืองหรือดันเจี้ยนจึงตัดเข้าฉาก ซึ่งแม้ว่าบนแผนที่โลกเราจะสามารถมุมกล้องได้อิสระ แต่ในเมืองจะเป็นแบบมุมกล้องตายตัว และตรงนี้อาจจะมีข้อเสียบ้างตรงที่ในเมืองจะไม่มีแผนที่ย่อยให้ดู ส่วนแผนที่โลกก็จะแสดงคร่าวๆ และไม่บอกจุดหมายต่อไปที่ต้องไปให้ด้วย  แม้ว่าในออปชั่นจะมีคำสั่งให้ดูเนื้อเรื่องย่อของบทที่เรากำลังเล่นได้ แต่ก็มักจะไม่บอกอะไรที่สำคัญเช่นกัน ดังนั้นการเล่นเกมนี้ผู้เล่นจะต้องคอยอ่านหรือฟังอยู่ตลอด

กราฟฟิกในเกมนี้ทำออกมาได้ดี เป็นการรีมาสเตอร์ที่มีการปรับคุณภาพของกราฟฟิกเห็นได้อย่างชัดเจน ใครที่ชอบภาพแบบอนิเมะรับรองไม่ผิดหวัง เอฟเฟคการใช้ท่าต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ดี ตัวละครสวยๆหล่อๆสไตร์อนิเมะญี่ปุ่นเลย เรานี่ชอบภาพแบบนี้มาก เสียงในเกมนี้ก็ทำออกมาได้ดีมาก เสียงเอฟเฟคต่างเข้ากันๆ เสียงดนตรีฟังลื่นหู ชอบเสียงเพลงเกมนี้มาก

สรุปเกม Tales Of Vesperia Definitive Edition ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ภาครีมาสเตอร์ + DLC เท่านั้น แต่กราฟฟิกปรับให้ดูดีขึ้น การนำเสนอเรื่องราวต่างๆทำออกมาได้ดีสุดๆ ฉากคัทซีนที่เป็นอนิเมะ ที่คอยเล่าเรื่องราวต่างๆ ทำมาดีจริงๆ สรุปคะแนนของเกมนี้ ให้ไป 8.3/10 คะแนน หากใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษแบบเรา เล่นๆไปมี งง แน่นอน